ขอโทษทุกคนที่ทำให้รอนะครับ เนื่องจากหลังจากกลับมาจากทัศนศึกษาก็ไม่ค่อยว่างเลย ที่จริงก็อยากจะรีวิวของที่มีบ้างเหมือนกัน อะ ไม่ต้องพรรณาให้เสียเวลา เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

Oker SM-6008 Super Bass

เป็นหูฟังบ้านๆ ยี่ห้อบ้านๆที่ทุกคนต้องเคยเห็นครับ Oker นั่นเอง แต่รุ่นนี้มีความพิเศษอย่างไร ผมเชื่อว่าหลายๆคน
คงจะได้เคยได้ยินชื่อเจ้าตัวนี้มาบ้างนะครับ และหลายๆคนอาจจะได้ยินถึงความพิเศษเกินราคาค่าตัวของมัน
หลายๆคนก็อาจจะสงสัยนะครับว่า เจ้าตัวนี้มันมีดีจริงไหม เราไปดูกันเลยดีกว่าครับผม ^^’

Product Specification
Frequency : 20-20,000 Hz
Speaker dimension : 40mm
Speaker Impedance : 32 Ohm
Cable length : 2.4m

ถ้าถามถึงคู่มือหรือของแถมอื่นๆ สำหรับตัวนี้ไม่มีนะครับ หูฟังเพียวๆ ก็อย่างว่าละครับ เราใช้แต่หูฟังนิเนอะ = =’

อันนี้คือตัวแพคเกจของมันนะครับ

Image
ด้านหน้า
Image
ด้านหลัง
Image
เห็นโต้งๆเลยนะครับ กับราคาของมัน 290 บาท :97
Image
ตัวเต็ม ชัดๆของพระเอกงานนี้ครับ
Image
ซูมเข้ามา … แว้ฟๆ oker นะเธอว์
Image
ยืดเส้นยืดสาย ยืดไมค์ออกมาดูโลกซะหน่อย ( ผมยอมรับนะครับ การเก็บไมค์ของเขาเก็บได้ดีมาก ติดกับตัวหูฟังไปเลย ผมว่าไอเดียนี้ดีพอๆกับไอเดียการเก็บไมค์ของพวก steelseries neckband ก็ว่าได้ )
Image
ตัว controler ครับ บ้านๆจริงๆ

Image

ตอนที่แกะกล่องออกมานี่คือ ผมรู้สึกว่ากล่องของมันดูทนทานใช้ได้ครับ แถมแกะง่ายและก็เก็บได้ง่ายดีด้วย สำหรับคนที่ชอบเก็บกล่องเอาไว้ด้วย อันนี้ก็ไม่ผิดหวังครับ ตัววัสดุของหูฟังก็ดูทนทานดีครับ หิ้วหรือโยนใส่กระเป๋าเป้ได้สบายๆไม่ต้องกลัวหักกลัวบุบสลาย ของเขาทนได้โล่ ครับ
สายอาจจะยาวซะหน่อย ก็อาจจะต้องมีพับเก็บบ้างนิดหน่อย แต่เรื่องสายผมว่ามันยาวกำลังดีครับ เหมาะสำหรับเสียบในคอม หรือเสียบไปฟังเพลงตอนเดินเล่นข้างนอกก้ดูเข้าท่าครับ รูปทรงไม่ได้น่าเกลียดมาก ใส่แล้วก็ได้ความเท่ห์ไป 5% ครับ

เรื่องของที่ครอบหู ก็เป็นแบบขนาดกำลังดีครับ แต่หูฟังตัวนี้ไม่ใช่ full-size นะครับ มันจะไปประทับที่หูแบบพอดีเดะ ไม่ใช่แบบครอบหูครับ ถามว่าใส่สบายมั้ย สบายครับ ตอนแรกผมคิดว่าเจ้าตัวนี้ใส่นานๆจะหนีบหัวซะอีก ใส่ไปนานๆดันใส่สบายซะงั้น
เรื่องเก็บเสียงรอบข้าง ผมว่าตัวนี้ทำออกมาใช้ได้เลยครับ ปิดเสียงนอกเข้ามาได้พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ได้ยินอะไรเลย อันนี้ก็เหมาะสำหรับการใส่ออกไปเดินเล่นอะไรพวกนี้ครับ ถึงจะฟังเพลงแต่ก็ยังพูดหรือฟังเพื่อนรู้เรื่องบ้าง

หูฟังเป็นแบบ open ครับ เปิดธรรมดาเสียงออกมาไม่เยอะ แต่ถ้าเปิดเสียงดังหน่อยๆละก็ คนรอบข้างก็ได้ยินเพลงของเราชัดเจนครับผม อันนี้อาจจะลำบากนิดหน่อยตอนฟังในรถ ก็อย่าไปเปิดดังเกินนะครับ นอกจากเสียงจะออกมาให้ชาวบ้านเค้าได้ยินแล้ว สุขภาพหูของคุณก็อาจจะบอบช้ำด้วยก็เป็นไปได้ ด้วยความหวังดีครับ

เรื่องของไมค์ก็โอเคเลยครับ เสียงออกมาหล่อใช้ได้ แล้วก็ไม่ค่อยมีอาการ pop ของเสียงด้วย ( เหมือนๆกับเสียงลมเป่าเข้าไมค์อะครับ ) ผมว่าไมค์ตัวนี้ก็ใช้ได้เลยครับ เอาไปอัดเพลงก็ได้หรือใช้ทำอะไรก็ได้ เสียงออกมาหล่อใช้ได้ครับผม
ถึงแม้ไมค์จะงอไม่ได้ แต่มันก็ดูดเสียงเราได้ดีครับ ไม่มีปัญหาแบบว่า “พูดแล้วไม่ได้ยิน” ซะเท่าไหร่

Image

พอเริ่มเสียบเข้ากับเครื่องของผมและก็ลองเทสเสียงปุ๊ป โอ๊ะ มันหูฟังธรรมดานินา ไม่เห็นจะแตกต่างกันตรงไหน แล้วทำไมหลายๆคนบอกมันว่าดีหว่า ( ชักเริ่มเสียวๆ กลับไปดูที่กล่อง ตูซื้อมาถูกรุ่นหรือเปล่าฟ่ะ ) แต่ว่า หลังจากลองเบรินๆ
มาประมาณ 48 ชม. แล้วลองฟังอีกรอบ เพลงที่เทสก็ไม่มีอะไรมากครับ มี Love The Way You Lie ft. Rihanna – Eminem เป็นไฟล์ flac แล้วก็เพลง Hoobastank – Out Of Control ตามด้วย Pachelbel_s canon in D Major
เรียกได้ว่า 3 เพลงนี้ คนละสไตล์กับโทนเสียงกันเลยครับ พอลองฟังแล้วก็พบว่า …..

บระเจ้า ! เบสมันมาจากไหน เป็นลูกๆเลย ตอนฟังตอนแรกไม่เห็นจะมีอะไร พอฟังแล้วก็รู้สึกว่าหูฟังตัวนี้เก็บรายละเอียดได้ดีพอควรเลยครับผม เรียกได้ว่าเรียกออกมาได้เยอะพอสมควร ย่านเสียงที่ขับออกมาก็ไม่มีตกหล่น อาจจะมีเรื่องมิติของเสียงที่แคบสู้หูฟังที่มันเป็นแบบ high-end ไม่ได้
แต่พอไปดูที่กล่องแล้วเห็นราคาที่ 290 ผมก็รู้สึกแปลกๆกับมันครับ มันให้ความรู้สึกว่าหูฟังตัวนี้ถ้าฟังแต่เสียงอย่างเดียวราคาน่าจะมากกว่า 2000 ด้วยซ้ำ แต่นี่คือมันให้ความรู้สึกแบบว่า “เรากำลังฟังหูฟัง oker อยู่หรอฟ่ะเนี่ย”

เอาละ หลังจากลองฟังเพลง ก็ดูหนังสิครับ ต่อด้วยหนังเอฟเฟคโหดๆอย่าง avatar , 2012 เรื่องเสียง ก็ให้ความรู้สึกว่า เสียงทุกอย่างมันยังขับมาไม่ครบครับ ก็คิดว่าคงต้องเบรินต่อซัก 100-200 ชม. ผมเชื่อนะครับว่าเจ้าตัวนี้สามารถขับออกมาได้อีกเยอะเลย ( ผมเคยลองฟังจากคนที่เคยใช้เจ้าตัวนี้มาประมาณครึ่งปีนะครับ
คนคนนี้เขาไม่รู้จักกับการ burn in หูฟังเลย และวันๆเขาก็ใช้แค่ฟังเพลงกับดูหนังนิดหน่อย ตอนลองขอยืมฟังนี่คือ ให้ความรู้สึกว่า “เก็บรายละเอียดครบ เบสออกมาเต็ม เสียงแหลมไม่หลบมากมาย อยู่ในเกรดที่เรียกได้ว่าพอสูสีกับหูฟังราคาระดับ 2 – 3 พันเลยครับผม” ) ยังไงก็ต้องขอเบรินกันต่อไปครับสำหรับเจ้าตัวนี้ ไม่ปล่อยไปไหนแน่นอน

และสุดท้าย ก็มาที่เกมส์ครับ เกมส์ที่ผมเล่นก็จะมี CS , SF , call of duty modern warfare 1+2 ครับ ผลออกมาก็ตามคาดครับ เสียงที่ออกมาชัดเจนพอที่จะรู้ว่าทิศทางของศัตรูอยู่ไหน เสียงระเบิดก็ขับออกมาได้ดี ระยะของเสียงที่ได้ยินก็กว้างพอตัว เหมือนกับใช้หูฟังเกมเมอร์ราคาแพงๆเลยละครับ ( แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าหูฟังเกมเมอร์คุณภาพแย่นะครับ แต่ผมยอมรับเลยว่าเจ้าตัวนี้พอสู้ไหวจริงๆ )

พอลองเทสจนจบแล้วก็พอบอกลักษณะของหูฟังตัวนี้ได้ว่าเป็นหูฟังประเภท flat ออกจะไปในทางเบสครับ เบสแน่นลงตัว สำหรับคนที่ฟังเพลงแนวร็อคๆ เจ้าตัวนี้ก็คงจะโดนใจท่านไม่ใช่น้อยๆเลยครับ

ถ้าถามว่าเจ้าตัวนี้มีข้อเสียยังไงบ้าง ผมก็คงบอกได้แค่เรื่องย่านเสียงนิดหน่อยครับ อย่างเช่นมิติเสียง หรือย่านรับเสียงจะสู้พวกหูฟังแพงๆไม่ได้ แต่ก็อย่างว่านะครับ เกมส์ออนไลน์ของไทยเป็นเพียง 2.1 channel เท่านั้น ต่อให้ฟังหูฟังระดับตำนานแค่ไหน ก็มีโอกาสที่จะได้เสียงในระดับที่ใกล้เคียงกันครับ ซึ่งผมว่าจุดนี้ เจ้าตัวนี้พอฟัดพอเหวี่ยงกับหูฟังดังๆ แบรนด์ดังๆได้เลยครับ